สัมภาษณ์ นิน ไข่หวาน หมอโชค ช่างรอน

 

สีแดง**แก้ไขคำพูดนินกับไข่หวาน
 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 
เช้าวันศุกร์ ที่ 18 มีนาคม 2554

ณ บ้านของน้ำน่าน

“น่านจ๊ะ แม่ใส่ข้าวต้มมัดกับคุกกี้ไปด้วยนะลูก เผื่อหิวระหว่างทาง   

แบ่งเผื่อเด็กคนอื่นๆด้วยละกัน” แม่พูดพลางจัดเสบียง ในขณะที่ฉันรอพ่อ
อยู่ที่โต๊ะอาหาร ฉันหันไปเล่นกับน้องสาวตัวน้อย ที่นั่งมองตาแป๋ว 

“พี่น่านจะไปสอบนะจ๊ะวันนี้ น้องหนึ่งเป็นเด็กดี กินข้าวเยอะๆ แล้วอย่าดื้อกับคุณแม่”

“พลทหาร รับทราบ!”

“พลตะหานรับทราบก่ะ” น้องหนึ่งตอบเสียงอู้อี้   น่ารักจริงๆน้องสาวคนนี้ 

ฉันคิดแล้วจับน้องหมุนเป็นวงกลม “โอ๋ๆ เก่งจังเลย มาบินกับพี่น่านดีกว่า”

 

“พ่อมาแล้วพี่น่าน ไปกันเถอะลูก” พ่อเรียกฉันระหว่างที่เดินมาถึงห้องอาหาร

ฉันจึงวิ่งไปกอดแม่และหอมแก้มน้องสาว ทักทายหมาสองตัว

ก่อนจะขึ้นรถไปพร้อมกับพ่อ

---------------------------------------------------------------------------------------

“พ่อจ๋า วันนี้โรงเรียนเค้าบอกว่าจะสัมภาษณ์ด้วยล่ะ น่านตื่นเต้นมาก ทำไงดีคะพ่อ”

“น่านอยากเข้าโรงเรียนนี้จัง”

“คนที่มาสอบจะเป็นยังไงน้า แล้วโรงเรียนเค้าจะสัมภาษณ์แบบไหน

 จะเจอคำถามยากๆรึเปล่า”

“ที่นี่เค้าจะมีสนามบาสรึเปล่าคะ อยากเล่นบาสจัง อยากให้มีที่กว้างๆ ลมเย็นๆ”

“โอ๊ย ตื่นเต้นๆ”

 

“หนูใจเย็นๆก่อนนะลูก” พ่อหัวเราะหลังฟังฉันพล่ามไม่หยุดด้วยความตื่นเต้น

“ก็คนมันตื่นเต้นนี่” ฉันบ่นพึมพำ

“พ่อยังไม่ทันตอบคำถามแรกเลย ใจร้อนจริงเรา”

“อย่างนี้นะ วันนี้หนูตั้งสติให้ดีนะลูก ฟังคำถามให้ละเอียด

 หยุดวิเคราะห์คำถามก่อนจะตอบ สัมภาษณ์นะลูกนะ ไม่ใช่แข่งคิดเลขเร็ว
 ไม่ต้องกลัวหมดเวลา”

“การที่หนูคิดก่อนที่จะตอบ จะทำให้คนสัมภาษณ์รู้ว่าหนูมีความตั้งใจ

 ใส่ใจในสิ่งที่เขาพูดนะลูก”

“เป็นตัวของตัวเอง พูดตามความเป็นจริง”

“สิ่งที่สำคัญหนูอย่าลืม มารยาทและอัชฌาศัยนะจ๊ะ

 ลองนึกดูว่าถ้าหนูเป็นกรรมการ หนูก็คงอยากคุยกับเด็กที่ยิ้มแย้มแจ่มใส พูดจาดีๆใช่ไหมจ๊ะ”

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

 โรงเรียนลูกบาศก์ 8.30

 

ฉันยืนอยู่หน้าโรงเรียน มองรถของพ่อที่เคลื่อนตัวออกไป

พลางคิดถึงคำพูดของพ่อ การสอบสัมภาษณ์วันนี้ ฉันต้องทำให้ดีที่สุด คำแนะนำจากพ่อ จะเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ฉันผ่านวันนี้ไปได้ด้วยดี

 

“เอาวะ ตั้งสติเอาไว้ไอ้น่าน ฟังดีๆ มีมารยาท แล้วก็ คิดก่อนพูด คิดก่อนพูด”

 ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ เตรียมตัวเองให้พร้อม

“โอเคละ! ลุยโลด”

 

 

 ----------------------------------------------------------------------------------------------------------

 “จากนี้ไป ขอให้ผู้สมัครทุกคนแยกย้ายไปได้ ขอให้โชคดีกับการสอบสัมภาษณ์นะครับ”

สิ้นเสียงผู้ที่ประกาศ บรรยากาศในห้องคึกคักขึ้นมาทันที เด็กนักเรียนทยอยแยกย้ายกันออกไป ขณะที่บางคนยังดูสับสน

 

 ...

 

..

 รวมถึงฉันด้วย

 

..

 

นี่มันอาร๊ายยยยยย

 

 

 พ่อจ๋า!!!!!

 

ไม่เห็นมีเลยอะ ฟังคำถงคำถาม

 

ไหนล่ะคำถาม!!  ไหนล่ะคนสัมภาษณ์!!

  

ไอ้ที่หนูเตรียมตอบ เตรียมเล่าประวัติตัวเอง มันไม่มีอะพ่อ

ไม่มี้ไม่มี~~

   

ฉันร้องไห้คร่ำครวญอยู่ในใจ ด้วยรู้ว่าที่นี่เป็นที่ประชุม หลังจากได้รู้ว่าสิ่งที่ฉันต้องทำในวันนี้คือการไปสัมภาษณ์คนอื่นๆ ไม่ใช่ถูกสัมภาษณ์อย่างที่เข้าใจในตอนแรก

ว่าการเตรียมตัวตอบคำถามนี่ยากแล้ว แต่การต้องไปตั้งคำถามคนอื่นกลับดูยากกว่า

  

เฮ้ออออ... ฉันถอนหายใจเมื่อตั้งสติได้ในที่สุด

 

"ไหง น่านกลายเป็นคนที่สัมภาษณ์ไปได้เล่า คงจะเป็นข้อสอบแนวใหม่"

 “สัมภาษณ์ๆ ... เอ๊ะ คำพูดพ่อก็ใช้ได้อยู่มั้ง แต่เปลี่ยนเป็นพูดดีๆ มีมารยาท แล้วกันเนอะ”

  

 “ต่อไปก็ต้องหารุ่นพี่หญิง ชาย อย่างละคน อาจารย์ หนึ่ง บุคลากรอีกหนึ่ง จะเริ่มที่ไหนดีน้า~~~”

“อืม โรงอาหารน่าจะมีคนอยู่ จะได้แวะดูกับข้าวด้วย”

“ความคิดดีจริงๆเรา~~

  

  -------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ที่โรงอาหาร

 

พอเดินเข้ามาในโรงหารฉันก็เริ่มหิว ว่าแล้วจึงหยิบข้าวต้มมัดจากกระเป๋ามากิน

 

“....”

 ขณะที่กำลังจะกัดข้าวต้มมัด ฉันรู้สึกว่ามีคนจ้องอยู่ จึงหันกลับไปมอง

 

 

“น่ากินจังเลยน้า ♥~~~” เสียงใสๆดังขึ้นจากคนตรงหน้า

เด็กผู้หญิงในชุดนักเรียน ผมสั้น ทั้งยุ่งมาก กำลังจ้องฉันตาเป็นประกาย

จากเข็มกลัดที่ติดเสื้ออยู่ ทำให้ฉันเดาได้ว่าเขาคงเป็นรุ่นพี่

 แปลกใจนิดหน่อย แต่ฉันก็ส่งยิ้มกว้างให้(คนที่คิดว่าเป็น)รุ่นพี่ พร้อมยืนข้าวต้มมัดให้

 

“ข้าวต้มมัดอะค่ะ กินไหมคะ~~    อันนี้แม่ทำมาให้ บอกให้น่านแบ่งให้คนอื่นๆกิน”

“อ๋อ หนูชื่อน่านค่ะ ว่าแต่พี่เป็นเด็กโรงเรียนนี้รึเปล่าคะ

 

“อื้ม~” พี่คนนั้นพยักหน้าขณะชิมข้าวต้มมัดที่ฉันส่งให้ ฉันจึงชวนพี่นั่งลงที่ม้านั่งในโรงอาหาร

 “อร่อยยยยจัง ” พี่สาวส่งยิ้มน่ารักมาให้ ฉันจึงยิ้มกว้างกลับไปอีกครั้ง

 

 เริ่มการสัมภาษณ์คนแรก เวลา 09.15

“งั้นน่านขอสัมภาษณ์พี่นะคะ” ฉันหยิบข้าวต้มมัดชิ้นที่สองให้ พร้อมถามต่อไปเมื่อเห็นพี่พยักหน้า “พี่ชื่ออะไรอะ”

 พี่สาวกลืนขนมที่อยู่ในปาก “ชื่อนินจ้ะ ชื่อจริง นภัสกร นามสกุล วิฬาร์ธานินทร์”

 

 ฉันจดข้อมูลลลงในบันทึก แล้วตั้งคำถามต่อไป “งั้นน่านขอเรียกพี่นินนะคะ แล้วพี่นินอยู่ม.อะไรอ่า”

 “ม.ห้า”   “เรียนสายอะไรคะ”

“วิทย์-คณิตน่ะ ขนมอร่อยจัง มีอีกไหม” พี่นินตอบแล้วทำมือว่าขนมหมดแล้ว

 

หา! หมดจริงด้วย ฉันคิดในใจ.. ถ้าแม่รู้ ต้องดีใจมากเลย มีคนชมว่าอร่อย แถมกินตั้งเยอะ :D

 ฉันยื่นข้าวต้มมัดชิ้นที่สามให้ แล้วถามต่อ

 “ทำไมถึงเรียนสายนี้เหรอคะ พี่ชอบวิทยาศาสตร์เหรอ”

 “อื้อ อ้อบอ้ด- ชอบทดลองน่ะ อยากเห็นอะไรที่แปลกๆ มันน่าตื่นเต้นดี”

 “แบบ สารผสมกันแล้ว บู้ม! ก็ดีนะ♥~” พี่นินหรี่เสียงลง แล้วหัวเราะเบาๆ

 

ฉันฟังไม่ออกว่าพูดอะไร จึงได้ถามขึ้นอีกครั้ง “คะ? เมื่อกี้พูดอะไรนะ น่านฟังไม่ทันอะ”

“เปล่านี่ เปล่า คำถามต่อไปล่ะจ๊ะ”  อืม คงฟังพลาดจริงๆเรา

  

“อย่างนี้วิชาที่ชอบก็คงเป็นพวกวิทย์ด้วยใช่รึเปล่าคะ”

“ใช่แล้ว แต่ศิลปะก็ชอบนะ”

“เหมือนกันเลย น่านก็ชอบศิลปะ” ฉันพูดเมื่อได้ยินพี่พูดถึงหนึ่งในวิชาโปรดของฉัน

 

“แล้ว ปกติชอบทำอะไรบ้างคะ พวกงานอดิเรกอะ อย่างอ่านหนังสือ เลี้ยงสัตว์”

“ขออีกอันชิ้นนะ.. อืม~ พี่ก็เล่นเกมส์ แล้วก็เลี้ยงเจ้าก่า♥~”

 “เจ้าก่า? มันตัวอะไรคะ สัตว์รึเปล่า น่านก็เลี้ยงนะ แต่เป็นน้องหมา ส่วนเกมส์นี่เล่นบ้าง แต่ไม่ค่อยบ่อย ”

 “เจ้าก่าก็ต้องเป็นกิ้งก่าสิ มันน่ารักมากๆเลยนะ วันหลังเอามาให้ดูไหม เอาน้องหมามาด้วยสิ เจ้าก่ามาที่นี่แล้วมีเพื่อนเยอะแยะเลย” พี่นินพูดด้วยน้ำเสียงมีความสุขมากขึ้นกว่าปกติ ดูเหมือนว่าพี่นินจะรักเจ้าก่าตัวนี้มากเลยทีเดียว ฉันฟังด้วยความสนใจและเริ่มอยากเห็นเจ้าก่าขึ้นมาจริงๆ

  “โห!!!! กิ้งก่าเหรอ น่านอยากเห็นอ่า อยากเห็น  เอาสิคะ  ถ้าน่านติดที่นี่วันหลังจะมาขอดูน้า~~ ”

  “ถามต่อนะ พี่นินเรียนที่นี่แล้วเป็นไงบ้างคะ สนุกไหมอะ”

 “อืมมม อ้ออี- ก็ดีนะ ของกินก็เยอะ ขนมก็อร่อย เพื่อนๆน่ารักทุกคนเลย ใจดี๊ใจดี มีขนมมาให้บ่อยๆ แถมยังชอบเจ้าก่ากันด้วย ” พี่นินยักคิ้วให้ แล้วก็กินข้าวต้มมัดชิ้นที่สี่จนหมด

 ปลื้มจังเลย ขนมของแม่อร่อยจริงๆ กลับไปเล่าให้ฟังดีกว่า

 

“แสดงว่าข้าวที่นี่อร่อย! มีร้านไหนเป็นพิเศษคะ แล้วพี่นินชอบกินอะไรคะ”

 “จริงๆพี่ว่า..ก็อร่อยทุกร้านนะ ทุกอย่างด้วย อืมม ของที่คนอื่นทำมาก็อร่อยนะ อ้อ ของพวกห้องคหกรรมก็ด้วยจ้ะ"   ฟังจากพี่นินเล่า ท่าทางของกินที่นี่จะอร่อยจริงๆ ยิ่งมีห้องคหกรรมอีกด้วย

“เยี่ยม มีห้องคหกรรมด้วย ดีจริง จะได้กินของอร่อยๆที่คนอื่นทำ”

“น่านก็ทำเป็นนะอาหาร แต่ชอบกินที่คนอื่นทำมากกว่า แล้วพี่นินทำอาหารเป็นไหมคะ”

 “เอ๋~ พี่ก็เคยทำนะ แต่ไม่รู้ว่าอร่อยรึเปล่า ไม่ทันชิม วันหลังไว้พี่ทำใหม่จะลองชิมไหมล่ะ ♥” พี่นินหันมาถามฉัน

“ได้เลยค่ะ ถ้าพี่ทำมา เดี๋ยวน่านชิมให้” ฉันยิ้มกลับไป ดีใจที่พี่อุตส่าห์ชวน

 พี่นิน :

น่าน :

 

“เอ้อ น่านมีคุกกี้ด้วยล่ะ ลองกินดูนะคะ”

ฉันหยิบคุกกี้ออกมาจากกระเป๋า แต่มีบางอย่างวิ่งพรวดผ่านกระเป๋าไป

 

“อ้ะ!!! ” พี่นินร้องเสียงหลง อ้าปากค้างไปครู่นึง

 

"หยา~~~ เจ้าตัวหน้าเกลียด~ อย่าเข้ามาใกล้นะ!" แล้วอ้อมมาอยู่หลังฉันที่กำลังตกใจ

 
 อะ อะไรอะ  จากน้ำเสียงของพี่ ฉันเดาได้ว่าต้องเป็นอะไรที่พี่แกไม่ชอบเอามากๆ

 

เฮ้ย!!  แมลงสาบนี่ ฉันร้องเมื่อมองเห็นมันชัดๆ

ตกใจหมดเลย

 

“พี่นินใจเย็นๆ เดี๋ยวมันก็ไป”   ความจริงฉันไม่ได้กลัวแมลงสาบมาก แต่ตกใจที่พี่นินร้องกะทันหัน จึงภาวนาให้แลงสาบรีบๆไปไกลๆ

แต่เหมือนเจ้าแมลงสาบจะเลือกเป้าหมายเรียบร้อย จึงเบนวิถีจรวด พุ่งไปหาพี่นินทันที

 

“หยาา เข้ามาทำไม!” เจ๊แกสะดุ้งอีกรอบ แต่แล้วก็ฉวยกระเป๋าฟาดทันที

“นี่แหนะ” 

“ออกไปเลยนะ!" เหมือนพี่นินจะเปลี่ยนความตกใจ เป็นพลังในการไล่เจ้าแมลงสาบไปแล้ว